|
น้ำมันมนต์ วัดหลวงศรีเตี้ย
มีการสร้างขึ้นยาวนานเกือบ200ปีมาแล้ว
โดยท่านสาธุเจ้าถาวรเถร เจ้าอาวาส
ผู้ริเริ่มสร้างวัดหลวงศรีเตี้ยเป็นองค์แรก
ได้คิดค้นตำรับในการสร้างน้ำมันมนต์ในปี พ.ศ.2373
ซึ่งสกัดจาก “งาดำบริสุทธิ์” ไม่มีน้ำมันอย่างอื่นเจือปน
.
ได้มีการสืบสานต่อกันมาหลายรุ่น
หลายชั่วอายุคนจนถึงครูบาเจ้าสุรินทร์ สุรินโท
ซึ่งปรากฏมีสรรพคุณ พุทธคุณเป็นที่กล่าวขาน
ได้รับความนิยม รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
.
ฤกษ์งามยามมงคลที่ใช้ปลุกเสกสรรสร้างมีความชัดเจน
นิยมทำขึ้นในวันอังคารหลังวันพญาวัน
( หลังวันปีใหม่เมืองตามคติล้านนา)
ทุกขั้นตอนสร้างตามตำราโบราณอย่างเข้มงวด
ทั้งการเลือกวัน คัดฆราวาสผู้ร่วมประกอบพิธี
มวลสารว่านยา ไปจนถึงกระทั่งไม้ฟืนที่ใช้จุดไฟ
ใช้เวลาสร้างกว่าจะแล้วเสร็จทั้งวันทั้งคืน
ทั้งยังมีครูบาอาจารย์ร่วมเจริญพุทธมนต์ปลุกเสกมากมาย
ก่อนวันปลุกเสกจะต้องทำการเคี่ยวตัวยาก่อน
จากปริมาณน้ำมัน10 ส่วนให้งวดจนเหลือเพียง 1 ส่วน
.
ในวันปลุกเสก ภายในปะรำมณฑล
ตั้งราชวัตรฉัตรธง ล้อมด้วยด้ายสายสิญจน์ ๙ ชั้น
นำจีวรมาขึงเป็นเพดานกางกั้นอาณาเขตปิดโดยรอบ
อีกทั้งห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ที่ไม่ได้ทำการถือ
สมาทานอุโบสถศีลเข้ามาอย่างเด็ดขาด
.
จะมีการอัญเชิญเทวบุตรเทวดา ครูบาอาจารย์ต้นวิชา
ตลอดการปลุกเสกหุงน้ำมันจะสวดพระคาถาพุทธคุณมงคล
อาทิ บทอิติปิโสวิเศษ อันเป็นบทหัวใจของน้ำมันมนต์
รวมทั้งพระคาถามงคลอีกหลายบท
แต่ละบทท่อง 108 คาบ
ระหว่างนั้นมือข้างหนึ่งจะต้องถือลูกประคำอยู่ด้วยเสมอ
เพราะเมื่อท่องจบ 1 จึงเลื่อนประคำ 1 ลูก
ทำเช่นนี้ต่อเนื่องไปตลอดเวลา
.
ก่อนถึงวัน ผู้เข้าร่วมประกอบพิธี
หากเป็นฆราวาสผู้มีวิชาจะต้องทำการบริสุทธิ์ตนถือศีล5 ศีล8 งดเว้นเนื้อสัตว์
นุ่งขาวห่มขาวตลอดจนเสร็จพิธี
ในมณฑลพิธีมีควันไฟพวยพุ่ง
ความร้อนอบอวลตลอดเวลา
ทำให้ครูบาอาจารยผู้เข้าร่วมปลุกเสก
ต้องเป็นผู้มีพลังจิต และ ใจที่เข้มแข็ง เป็นอย่างยิ่ง
.
การหุงในแต่ละวาระนั้น ใช้กระทะใบบัวใบใหญ่เพียง 5 ใบ แต่ละใบมีปริมาณน้ำมันที่ใส่ไว้เพียง 13 บาตรกว่า
( มาตรวัด คือ 1 บาตรพระโดยประมาณ )
|