|
ตะกรุด12มหาไชยสงครามหลวงดอกนี้มีขนาดความยาว4.6นิ้ว (วางยันต์3x4) ดอกนี้สภาพสมบูรณ์ ตะกรุดโทนของท่านจัดสร้างไว้หลายชนิดเช่น ตะกรุดโทน12มหาไชยสงครามหลวง ตะกรุดโทนไชยะเบงชร ตะกรุดโทนพระเจ้าประสานบาตร ตะกรุดโทนอิติปิโสแปดทิศ ดังนั้นต้องพอมีความรู้ในการแยกแยะได้ ปัจจุบันจะเหมารวมเป็นตะกรุด12มหาไชยสงครามหลวงหมด เพราะถ้าไม่เคยแกะตะกรุดท่านดูจะไม่รู้เลย
ตอนนี้ตะกรุด12มหาไชยสงครามหลวงถือว่าหายากมากๆ เพราะหลังๆมานี้ทางร้านแทบจะไม่ได้ตะกรุดชนิดนี้มาเลย ส่วนใหญ่จะไปเจอตะกรุดชนิดอื่น ตะกรุด12มหาไชยสงครามหลวงเป็นตะกรุดที่น่าใช้มาก โดยมีพุทธคุณดังนี้
- ชนะต่อผีสางต่างๆ
- ชนะต่อเปรต อสุรกายต่างๆ
- ชนะต่อคุณไสย มนต์ดำต่างๆ
- ชนะต่อข้าศึกศัตรูต่างๆ
- มีพุทธักษา ธรรมะรักษา สํงฆรักษา พรหมรักษา คุณพ่อคุณแม่ เทวดาอารักษ์ เป็นเมตตา เทวดาปกป้องรักษา
- ชนะจิตใจต่อคนทั้งปวง เป็นเมตตามหานิยม มีคนนิยมชมชอบ
- ชนะต่อภัยทั้งหลาย ทั้งกลางวัน กลางคืน เทพดาคุ้มครองให้พ้นจากราชภัย โจรภัย มนุสภัย อมนุสสภัย อัคคีภัย อุทกภัย ภัยจากปีศาจ ภัยจากเคราะห์หามยามร้าย จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
- มีโชคลาภวาสนาไม่ขาดสาย
- ชนะต่อบริวาร มีผู้อุปถัมภ์ บริวาร ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ครอบครัวมีความสุข - ชนะต่อ ครุฑ คนธรรพ์ นาคา และมีพวกนี้มาค่อยปกป้องรักษา
- เรื่องร้ายๆจะกลายเป็นดี
- ชนะต่ออุปสรรคทั้งปวงที่เข้ามา
พกดอกเดียวจบเลยเพราะมีพุทธคุณครบทุกๆทาง
จากประสบการณ์ผู้ที่นำตะกรุด12มหาไชยะสงครามหลวงไปใช้และทางร้านก็ใช้อยู่เหมือนกัน อย่างที่บอกไว้ว่าตะกรุดชนิดนี้ สมัยก่อนเป็นตะกรุดที่สร้างให้ระดับแม่ทัพนายกองเอาไว้ติดตัวไปรบ ดังนั้นเวลาเอาไปใช้จะรู้สึกว่า ใจร้อน มุทะลุ ห้าวหาญ ไม่กลัวใคร (คุณลักษณะของแม่ทัพที่จะออกรบ) ดังนั้นคนที่นำไปใช้ให้มีสติ ให้ตั้งสติอยู่เสมอ ให้ระลึกอยู่เสมอว่าตัวเองกำลังทำอะไรครับ
ครูบาสมท่านโด่งดังในยุค2520กว่าๆจนถึงยุคปี2544 หลายครั้งที่ทางร้านได้ยินจากปากพรรคพวกหรือลูกศิษย์ของท่านที่เคยอยู่กับครูบาสม พูดถึงประสบการณ์ต่างๆนาๆเช่น ครูบาสมลองวิชาหุงสีผึ้งผีหุงโดยท่านกับลูกศิษย์อีกหนึ่งคน ได้ไปทำพิธีหุงสีผึ้งทางสามแพร่ง โดยขณะที่ท่านบริกรรมคาถาเพื่อเรียกผีมาหุงสีผึ้งให้นั้น เมื่อท่านบริกรรมคาถาก็มีผีทางสามแพร่งวิ่งมาแล้วหายตรงที่หุงสีผึ้ง โดยลูกศิษย์ท่านเห็นดังนั้นจะลุกวิ่งเพราะความกลัว ครูบาสมท่านจึงเอามือกดขาให้นั่งลงแล้วบอกว่าจะเอาสีผึ้งมั้ย ลูกศิษย์ท่านถึงนั่งลง เมื่อท่านทำพิธีให้ผีหุงสีผึ้งให้นั้น เมื่อเสร็จท่านได้ให้สีผึ้งลูกศิษย์คนที่ไปด้วยนิดหน่อบ ที่เหลือท่านเห็นว่าสำเร็จวิชาแล้วจึงเอาสีผึ้งที่เหลือลอยน้ำไม่ได้ให้ใครเพราะท่านไม่ต้องการให้คนเอาไปใช้ในทางที่ผิด ท่านเรียนเพื่อให้รู้วิชาเท่านั้น การหุงสีผึ้งของท่านนั้นหุงในเปลือกไข่ โดยใช้ก้อนหินทำฐาน เอาสีผึ้งใส่เปลือกไข่แล้วเรียกผีมาหุงให้ ทำพีธีบนทางสามแพร่ง
ครูบาสมไล่ผีขว้างบ้าน อันนี้เนื่องจากชาวบ้านสมัยก่อนมีเรื่องทะเลาะกัน จึงใช้วิชาจ้างผีขว้างบ้าน วิชานี้มีอยู่จริง จากที่ทางร้านสอบถามอาจารย์ เป็นวิชาสายต่ำ โดยว่าจ้างให้ผีไปก่อความรำคาญ โดยไปขว้างบ้านศัตรูไม่ให้อยู่เป็นสุข ตอนกลางคืนเหมือนมีคนเอาก้อนหินมาขว้างหลังคาบ้านฝาบ้านแต่ไม่มีเสียงก้อนหินตกหรือหล่นเลย ทำให้เวลานอนอยู่ไม่เป็นสุข เจ้าของบ้านจึงไปปรึกษาครูบาสม ครูบาสมท่านได้เสกวัวธนูให้ไปเฝ้าบ้าน แต่เอาไปใช้ไม่ได้ผลเพราะ เวลาได้ยินขว้างฝาบ้านทางนี้ วัวธนูก็วิ่งไปทางที่มีเสียง แป๊บเดียวก็ได้ยินเสียงขว้างบ้านอีกที่หนึ่ง วัวธนูก็วิ่งตามไปแล้วเสียงก็หายไปอีก ดังนั้นครูบาสมท่านจึงได้ทำตะกรุดขึ้นมาดอกแล้วเอาเหน็บหลังคาบ้านเหมือนบังตาไม่ให้ผีเห็นบ้านหลังนั้น นับแต่นั้นไม่ได้ยินเสียงว่ามาขว้างบ้านอีกเลย น่าจะเป็นตะกรุดมหากำบังจึงทำให้ผีมองไม่เห็นบ้าน
ครูบาสมท่านมีดีอีกอย่างคือ ตะกรุดหนังควายหลูบครั่ง จากที่ได้ยินมาท่านได้สร้างไว้สมัยท่านยังหนุ่มๆ แล้วจนท.ตำรวจได้จับพวกค้ายาเสพติด เกิดการยิงกันขึ้น แต่ผู้ค้ายามีอยู่คนหนึ่งที่ยิงแล้วไม่เป็นอะไร คราวหลังจับได้ ค้นในตัวตรงเอว เอาตะกรุดมัดขอบกางเกงไว้ เป็นตะกรุดหนังควายหลูบครั่งของครูบาสม แล้วในยุคปี2550ที่มีการปราบปรามยาเสพติด ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ถูกจนท.ติดตามจับกุมจนมีเหตุปะทะกันบ่อยๆ แล้วไล่ยิงผู้ค้ายาโดยยิงยังไงก็ยิงไม่ถูกเพราะมีตะกรุดครูบาสมติดตัวครับ
ครูบาสมท่านเรียนวิชากุมภัณฑ์ ช่วงที่ท่านเรียนวิชาต่างๆหนึ่งในนั้นมีวิชาสายกุมภัณฑ์ ที่ท่านสำเร็จวิชานี้แล้วสุดท้ายต้องหาคนเอาวิชานี้ออกจากตัวท่าน เนื่องจากว่าวิชานี้เมื่อเรียนไปตัวกุมภัณฑ์จะเข้ามาอาศัยในตัวเรา ดังที่ปรากฏตัวกับครูบาสม โดยวันหนึ่งท่านได้จำวัดในกุฎิของท่าน พอดีมีญาติโยมมาหาท่านที่วัด ตัวกุมภัณฑ์แปลงกายมาเป็นตัวครูบาสมท่าน มาพูดคุยกับญาติโยมที่มาหาแทนตัวท่าน โดยตัวท่านไม่รู้เรื่อง พอวันหลังชาวบ้านที่มาหาวันนั้นได้ทักถามครูบาสม แล้วพูดว่าวันนั้นก็มาหาครูบาสม นั่งคุยกันนานสองนาน เมื่อครูบาสมได้ยินดังนั้น ท่านรู้ตัวเลยว่าวิชากุมภัณฑ์มาครอบตัวท่านแล้ว สามารถแปลงกายเป็นท่านได้ ท่านจึงได้หาหมอฆราวาสมาถอดเอาวิชานี้ออกจากตัวท่านให้
|