พระล้านนาดอทคอม แหล่งรวมพระเครื่องเมืองเหนือ

ภาพถ่ายครูบาดอนตันหน้าหนุ่ม ราวปี2480


ภาพถ่ายครูบาดอนตันหน้าหนุ่ม ราวปี2480

โชว์ กลับหน้าร้าน
ชื่อพระ :
 ภาพถ่ายครูบาดอนตันหน้าหนุ่ม ราวปี2480
รายละเอียด :
 

ครูบาดอนตัน

 นามเดิมชื่อว่า บุญทา ใจเฉลียว  บิดาชื่อ นายคำเขียว มารดาชื่อ นางคำดี

ท่านเกิดวันที่ 5 มกราคม 2439 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 เหนือ ปี วอก ที่บ้านดอนตัน  ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน มีพี่น้อง 3 คนคือ นางสังฆ์  ยานะ (ถึงแก่กรรม) นางขันคำ ราชภัณฑ์ (ถึงแก่กรรม) และครูบาดอนตัน

พออายุครบ 16 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2455 ที่วัดดอนตัน โดยมีพระเตวินต๊ะ เจ้าอาวาสวัดสบหนองเป็นพระอุปัชฌาย์ พออายุครบ 21 ปี ได้อุปสมบทที่วัดดอนตัน เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2460 โดยมีพระเตวินต๊ะ เจ้าอาวาสวัดสบหนองเป็นพระอุปัชฌาย์ พระพรมเทพ เจ้าอาวาสวัดม่วงใต้ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอุปทะ เจ้าอาวาสวัดตาลชุม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ครูบาดอนตันนั้นท่านได้ฝึกอ่านเขียนอักษรธรรมล้านนาและเรียนพุทธอาคม เวทมนต์คาถา และโหรศาสตร์ จากครูบาอาจารย์และจากฆราวาส

ต่อมาท่านได้ธุดงค์ไปตามที่ต่างๆ บางครั้งหลวงปู่เคยเดินทางไปถึงจังหวัดอยุธยา ส่วนทางเหนือบางครั้งจนถึงประเทศลาว เชียงฮ่อน เชียงแสน เชียงของ เชียงคำ ตลอดถึงเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ถ้ำปู ถ้ำปลา เชียงดม เชียงดาว ดอยติ  ดอยสุเทพ เพราะครูบาดอนตันบอกว่ามีอาจารย์ดีๆอยู่ที่ไหน ครูบาท่านก็จะเดินทางไปเรียนวิชาให้ได้  ท่านเคยผ่านพิธีการอาบว่านหรืออาบขางตามภาษาล้านนาที่เรียกกัน มากถึง 7 หม้อ 7อาจารย์ ซึ้งเป็นเคล็ดวิชาด้านคงกระพันของล้านนา และที่สำคัญครุบาดอนตันท่านยังไปเรียนวิชากับครูบาเจ้าวัดบ้านไผ่ อ.สา (คือครูบาสุรินทร์ ซึ้งเป็นอาจารย์เดียวกันกับที่ครูบาไผ่ไปเรียนวิชาด้วย )และยังฝากตัวเป็นศิษย์กับครูบาเจ้าวัดม่วงตื้ด อ.เมือง น่าน

และท่านยังเคร่งคัดในเรื่องการถือตัวกับผู้หญิงเป็นอย่างมาก โดยหากมีโยมผู้หญิงเข้ามาหาท่าน ครูบาท่านมักจะให้นั่งรอข้างล่างกุฏิเสมอไม่ยอมให้ขึ้นไปบนกุฏิอย่างเด็ดขาด หากจำเป็นที่โยมผู้หญิงเดินทางไกลเพื่อมากราบท่าน ครูบาดอนตันนั้นจะต้องเรียกลูกศิษย์มานั่งด้วยเสมอและเวลาพูดคุยครูบาดอนตันนั้นจะไม่มองหน้าโยมผู้หญิงเลย ท่านถือว่าผู้หญิงนั้นเป็นข้าศึกแห่งพรหมจรรย์ ครั้งตอนที่ท่านอาพาธที่โรงพยาบาลมีโยมพยาบาลผู้หญิงจะมาฉีดยาให้ท่าน แต่ท่านไม่ยอมให้โยมพยาบาลผู้หญิงแตะเนื้อต้องตัวเพื่อฉีดยาให้ท่าน จึงต้องให้พยาบาลผู้ชายมาฉีดยาให้ท่านจึงถึงจะยอมเพราะท่านเคร่งในเรื่องการถือคาถาเป็นอย่างมาก

 ครูบาท่านนั้นยังฝึกฝนด้านอาคม เลขยันต์ วิชานั่งเทียน สำหรับตะกรุดนั้น ครูบาดอนตันสร้างตะกรุดแบบต่างๆมากมายเช่น ตะกรุดโทน ตะกรุดพับ ตะกรุด108 ตะกรุดชุด ที่สร้างชื่อมากที่สุดคือ ตะกรุดเมฆบังวัน สามแหลม ตะกรุด108 ซึ้งมีอภินิหารในทางแคล้วคลาดเป็นเลิศ  

ปัจจุบันพระเครื่องที่จัดสร้างรวมแล้วเกือบ 30 รุ่น หรือประมาณ 45เนื้อหา/ทรงพิมพ์ ซึ้งบางครั้งท่านได้อนุญาติให้ทางวัดที่กำลังก่อสร้าง ให้สร้างเหรียญของท่านเพื่อมอบเป็นปัจจัยหาทุนในการก่อสร้าง เช่น ที่วัดมิ่งเมือง อ.เมือง  วัดศิลามงคล อ.ท่าวังผา วัดพระเนตร  อ.สา วัดพลับพลา จ.นนทบุรี วัดธรรมจักร จ.พิษณุโลก วัดชะอำ จ.เพชรบุรี วัดทุ่งกวาว จ.แพร่ วัดป่าเหมือด อ.ปัว และท่านยังอนุญาติให้ทางราชการจัดสร้าง ดอนตันรุ่นผญาผานอง เพื่อหาเงินสร้างอนุสาวรีย์พญาผานอง 

โดยเฉพาะเมื่อปี 2519 ทางคณะวัดกรรมการวัดศิลามงคล(บ้านท่าวังผา) ได้จัดสร้างเหรียญรูปเหมือน,ซุ้มลึก,ซุ้มตื้น เพื่อมอบให้พุทธศาสนิกชนที่บริจาคทรัพย์สมทบทุนสร้างวิหาร วัดศิลามงคล โดยจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 18มิถุนายน 2519 ชื่อรุ่นว่า รุ่นพิเศษ โดยหลวงพ่อเมตตาได้มาปลุกเสกด้วยตนเองพร้อมกับพระเกจิอีกหลายท่าน โดยมี  ท่านผู้ว่าโชดก วีรธรรมพูลสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในสมัยนั้นเป็นประธานจุดเทียนชัย 

สมณศักดิ์

วันที่ 5 ธันวาคม 2513 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี ในราชทินนามว่า พระครูเนกขัมมาภินันท์ 

วันที่ 5 ธันวาคม 2521 ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์ครั้งสุดท้ายเป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์  ชั้นโท ซึ้งเป็นรูปแรกของคณะสงฆ์เมืองน่าน ราชทินนาม พระครูเนกขัมมาภินันท์ ท่านปกครองวัดดอนตันนานถึง 61 ปี 

งานปกครองและต่ำแหน่งหน้าที่ต่างๆ

ปี 2462   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนตัน

ปี  2465 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลดอนมูล

ปี  2475 ได้รับแต่งตั้งเป้นกรรมการศึกษาประชาบาล

ปี 2478 ได้รับแต่งตั้งเป้นพระอุปัชฌาย์ 

หมายเหตุ  ปี2478 ครูบาท่านลาออกจากต่ำแหน่งพระอุปัชฌาย์

             ปี 2495  ครูบาท่านลาออกจากต่ำแหน่งเจ้าคณะตำบลดอนมูลเพราะอายุสู่วัยชราและสุภาพไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากต้องไปเป็นพระอุปัชฌาย์ทีไกลๆ เพราะสมัยนั้นรถยนต์ยังไม่มีใช้ 

  วัตถุมงคลของท่านต่างๆที่หลวงพ่อวัดดอนตันได้เมตตาปลุกเสกแล้ว จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สมกับเป็นสุดยอดพระเถรจารย์ของเมืองน่านโดยแท้

ที่สร้างชื่อเสียงอย่างกว้างขวางได้แก่เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกปี14 โดยจัดสร้างขึ้น 3000 เหรียญเป็นเนื้อทองแดงกะไหล่ทองทั้งหมดโดยเหรียญรุ่นแรกนี้ คุณทวี บุญซื่อ เจ้าของโรงบ่มใบยาบ้านดอนตัน ร่วมกับกำนันยงยุทธ แววหงษ์ และคณะศัทธาบ้านดอนตันจัดสร้างขึ้นเมื่อปี2513 ซึ้งเป็นปีที่ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ครั้งแรก ซึ้งถือว่าเป็นเหรียญที่ชาวน่านหวงแหนและมากประสบการณ์มากที่สุด

 

อภินิหารของท่าน

ในระหว่างที่ครูบาท่านถ่ายทอดวิชาอาคมให้กับลูกศิษย์จนกระทั่งเลืองลือไปทั่วทุกสารทิศ ครั้งสมัยครูบาดอนตันยังเป็นพระหนุ่มรับรองว่าปืนยิงไม่ออก มีดฟันไม่เข้า ได้มีคณะศัทธาญาติญาติโยมนำผ้าป่ามาถวาย มีคนในกลุ่มที่มาอยากลองของครูบาดอนตัน จึงเอาปืนยิงเข้าไปใต้ถุนกุฏิที่ท่านอยู่ ปรากฏว่ายิงเท่าไรก็ไม่ออกจนหันปากกระบอกปืนไปทางอื่นจึงยิงออก

ถ้าครูบาดอนตันลงครู (ไหว้ครู) ครูบาดอนตันจะลองคงกระพันหลายอย่างตามที่ท่านเรียนมา เช่น จับมีดปลายแหลมขึ้นมาแทงตัวเอง เอาขวานสับหน้าแข้งจนลุกเป็นควัน ร่างกายของครูบาดอนตันนั้นผิวหนังของท่านจะตกสะเก็ดทั้งนี้เป็นเพราะครูบาดอนตัน ตอนท่านอาบขางนั้นจะต้องเผาขางจนลุกแดงแช่ให้ร้อน

มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านถูกลองของครูบาท่านจะแก้อาคมได้ทุกครั้ง บางครั้งครูบาดอนตันจับเหล็ก(ตะปู)ได้(เวทมนต์)เป็นชิ้นๆ เพราะถูกปลุกเสกเป็นแม่ผึ้งบินมา ทางภาคเหนือเรียกว่า ถูกตู้ (คุณไสย)

ครูบาดอนตันนั้นจะเข้านอนเวลา 4 ทุ่มเป็นประจำและจะตื่นนอนเวลาตี5 ลุกขึ้นมาสวดมนต์ภาวนาจนถึง 6 โมงเช้าทุกวัน  โดยจะมีคนแก่ในหมู่บ้านมานอนกับครูบาท่านวันละ 2คนทุกวัน

อวสานกาล

ครูบาดอนตันท่านเริ่มอาพาธ เมื่อต้นปี 2523 ด้วยโรคขราและเกี่ยวกับน้ำมันไขข้อแห้ง(กระดูกเข่า ) และเกี่ยวกับหลอดลมอักเสบ ทางลูกศิษย์ได้อาราธนาท่านเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลน่าน ท่านรักษาตัวอยู่ประมาณ 1เดือนกว่า ในระหว่างการรักษาได้รับการดูแลเอาใจใส่จาก นายแพทย์บุญยงค์ วงศ์มิตร และตลอดจนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลน่าน ต่อมาท่านรักษาตัวต่อที่วัดประมาณ 2เดือน  พอถึงกลางเดือนธันวาคม 2523 ครูบาดอนตันมีอาการอ่อนเพลียลงมาก  ฉันอาหารไม่ได้ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม  2523 อาการของท่านทรุดหนักลงลงมาก ตลอดทั้งวันทั้งคืนบรรดาลูกศิษย์และประชาชนต่างเฝ้าฟังอาการของท่านอยู่พร้อมเพรียงกัน แต่ด้วยสังขารไม่เที่ยงแท้ เวลา 20.25 วันที่ 17 ธันวาคม 2523 ตรงกับวันพุธขึ้น 10 ค่ำ ครูบาท่านจากไปด้วยอาการสงบ ที่วัดดอนตัน รวมสิริอายุ 84 ปี 11 เดือน 12 วัน 65 พรรษา

ซึ้งในวันนั้นมีการฉายภาพยนต์กลางแปลงใกล้ๆวัด ทุกคนที่มาดูภาพยนต์ต่างทราบข่าวพากันนั่งนิ่งเงียบเหมือนถูกมนต์สะกดน้ำตาคลอ พอทุกคนได้สติต่างพากันลุกขึ้นทยอยหนีจากบริเวณฉายภาพยนต์ ไม่มีใครพูดคุยกันเลย บ้างก็ปิดหน้าร้องไห้ ใบหน้าทุกคนเหมือนได้รับความเจ้บปวดผิดหวังเสียใจ และประชาชนบางส่วนทั้ง คนเฒ่า หนุ่มสาว เด็กเล็ก  ต่างใจจดใจจอเฝ้าดูและฟังอาการของครูบาท่าน เต็มลานวัด แต่ก็ครูบาท่านก็จากไปไม่มีวันกลับ

  ประสบการณ์วัตถุมงคลของท่านนั้นจากอดีตถึงปัจจุบันมีมากมายหลายเกตุการณ์ที่สร้างชื่อให้กับวัตถุมงคลของท่านจนเป็นที่เล่าขานไม่รู้ลืมอย่างเช่นที่เคยลงในหนังสือพิมพ์ ที่รถของบริษัทแห่งหนึ่งที่มาสร้างทางที่จังหวัดน่านถูกคนร้ายใช้น้ำมันราดรถแล้วจุดไฟเผาแต่จุดไฟตรงที่ราดน้ำมันยังงั้ยก็ไม่ติด เพราะที่หน้ารถคันนั้นมีผ้ายันต์ธงชัยของครูบาดอนตันวางไว้ซึ้งเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก และหลายเหตุการณ์ที่ตำรวจทหารซึ้งมารบที่ห้วยโก๋นในสมัย ผกค.ที่น่านยังรบกันดุเดือดส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีวัตถุมงคลครูบาดอนตันติดตัวมักจะไม่ได้รับอันตรายเลย จนผกค.เคยประกาศกิติศัพท์ของครูบาท่านทางสถานีวิทยุของผกค.มาแล้ว

ต้องขอขอบคุณ

คุณศรีจันทร์ เชื้ออินต๊ะ     อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านดอนตัน

พระครูสมุห์เสน่ห์ ฐานสิริ  รองเจ้าคณะอำเภอเมือง (เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง)

คุณยุทธ - ฉลวย แววหงษ์ ในนามคณะศัทธาบ้านดอนตัน

คุณมนัส  ดุสิตากร  ในนามคณะศรัทธาบ้านท่าวังผา

และลูกศิษย์ครูบาดอนตันทุกท่าน

 ถึงแม้ครูบาท่านจากไปครบ 30 ปีแล้ว แต่ท่านยังจะอยู่ในใจคนน่านตลอดชั่วลูกชั่วหลานครับ

  โอ้อาลัยใจจะขาดอนาถจิต     เฝ้าแต่คิดถึงหลวงปู่มิรู้หาย

  วันคืนผ่านพ้นไปไม่คลาย         ยังอาลัยหลวงปู่มิรู้ลืม

 

ทุกๆปีทางแวปพระล้านนาได้จัดให้มีการโหวตพระเกจิที่ได้รับความนิยมด้านต่างๆ ดังที่ทางแวปได้บอกกติกาไว้ และเป็นที่น่ายินดีสำหรับชาวเมืองน่าน ในทุกๆปีที่มีการจัดลำดับนั้น 1ใน10 พระเกจิยอดนิยมนั้น ต้องมีครูบาดอนตันอยู่ด้วยเสมอ ความนิยมจะเป็นเหรียญรุ่นแรกปี14หรือวัตถุมงคลรุ่นต่างๆของครูบาดอนตัน ล้วนแต่ได้รับความนิยมทั้งสิ้น

     จากอตีดนั้น เมืองน่านถือว่าเป็นจังหวัดที่น้อยคนจะรู้จักเพราะเนื่องจากว่า ที่ตั้งของจังหวัดนั้นอยู่ไกลกว่าจังหวัดอื่นๆ และความน่าสนใจของเมืองน่านไม่ค่อยมีในสายตาคนภายนอก แต่ปัจจุบันนี้ฐานะผมคนเมืองน่าน ผมภูมิใจที่หลายคนรู้จักจังหวัดน่านมากขึ้น จะรู้จักเรื่องการท่องเที่ยวหรือเมืองวัฒนธรรมล้านนา ที่สำคัญเสียไม่ได้คือ วงการพระเครื่องภาคเหนือ ที่ใครหลายๆคนรู้จักพระเกจิดังแห่งเมืองนักรบคือ "ครูบาดอนตัน" ซึ้งเป็นเรื่องยากมากที่จะให้ใครต่อใครได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่าน มาวันนี้ผมถือว่าพระเกจิเมืองน่านอย่างครูบาดอนตันนั้น มาไกลพอสมควร หากอนาคตข้างหน้าพี่น้องพระเครื่องภาคเหนือได้ให้โอกาสสนับสนุนอีก ผมคิดว่าท่านคงต้องไปไกลกว่านี้แน่ ผมในฐานะตัวแทนคนเมืองน่านต้องกล่าวขอขอบคุณพี่น้องพระเครื่องทุกท่านๆที่ให้การสนับสนุนและยอมรับครูบาดอนตัน

       ลูกหลานเมืองน่านจงภูมิใจเถอะ ซึ้งครั้งหนึ่งในดินแดนถิ่นนี้ เคยถูกขนานนามว่าเมืองแห่ง ผกค. ซึ้งต่อมาพวกเราทั้งหลายจึงได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามว่า "พระครูเนกขัมมาภินันท์ (ครูบาดอนตัน)" จนถึงทุกวันนี้ไงครับ

  และขอฝากเตือนพี่ๆน้องๆที่สะสมพระเครื่องของครูบาดอนตัน ทุกวันนี้วัตถุมงคลของท่านที่มีประวัติการสร้างชัดเจนและที่ทำแจกให้บางคน ถ้าจะให้ดีนั้น ทางร้านขอแนะนำว่าให้สะสมที่เป็นสากลของท่านจะดีกว่า ถ้าบางอย่างที่ได้จากปู่ย่าตายายแล้วท่านบอกว่ารับจากมือครูบาดอนตัน อันนี้เราไม่ว่ากันให้ท่านเก็บไว้เถอะ แต่ถ้ามีของมาเสนอให้ท่านแบบแปลกๆ เช่นมีเหรียญเนื้อพิเศษจากเดิมที่ไม่มีประวัติการสร้างหรือเหรียญลองพิมพ์บ้าง มีรอยจารบ้าง (เรื่องรอยจารเดี๋ยวจะพูดให้ฟัง) ตะกรุดต๊อกโค๊ดบ้าง เหรียญตัดปีกไม่ตัดปีกบ้าง ถ้าเป็นกรณีอย่างที่ยกตัวอย่างนี้ เวลาเช่าหาควรสอบถามจากผู้รู้เสียก่อนว่ามีการจัดสร้างหรือไม่ เพื่อไม่ให้ท่านเสียเงินเสียทองไป อย่าเห็นความโลภที่ว่า วัตถุมงคลของครูบาดอนตันท่านสร้างเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วอันนี้ต้องระวังครับ เพราะคนส่วนใหญ่เวลาสะสมวัตถุมงคลแล้วมักแข่งขันกันว่าใครมีสวยกว่ากัน หายากกว่ากัน จะไปเสาะแสวงหาอันที่คนอื่นเขาไม่มีแต่ตัวเองกลับมี อันนี้ต้องระวังให้ดีครับ พวกมิจฉาชีพถือเอาจุดอ่อนตรงนี้มาหลอกพวกเราได้ง่ายๆ และอีกเรื่องหนึ่ง รอยจารบนเหรียญครูบาดอนตัน วันนี้ต้องขอพูดล่วงหน้าไว้ก่อนอนาคตต่อไปต้องมีมาแน่ เท่าที่เล่นพระสายครูบาดอนตันมานั้น โดยส่วนตัวผมเอง ผมไม่เน้นที่รอยจารเหรียญ เน้นเป็นพระแท้เพียงอย่างเดียว รอยจารบนเหรียญนั้น ท่านแทบจะไม่ได้จารเลย เท่าที่เห็นนั้นท่านจะจารลงตะกรุดหรือผ้ายันต์ (สมเด็จหลังจารอันนี้หายากครับ)  อนาคตข้างหน้าต้องมีพวกเอาเหรียญแท้มาจารเพื่อเพิ่มราคาให้แพงกว่าเหรียญปรกติแน่นอน  ขอย้ำว่าทางร้านไม่เน้นรอยจารแต่เน้นพระแท้เท่านั้น ใครที่เจอก็พิจารณาเอานะครับ

        เวลาว่างๆผมก็จะชอบเดินเล่นตามแผงพระทั่วๆไป  สมัยที่อยู่ใต้ก็จะไปแถวๆตลาดยะลา  อยู่หัวหินก็จะไปนัดแผงพระวันอาทิตย์ หรือตามแผงพระเมืองน่าน สิ่งหนึ่งที่มักเห็นอยู่เป็นประจำนั้นคือ  การแลกเปลี่ยนพระระหว่างเซียนด้วยกันหรือคนเล่นพระด้วยกัน  ถ้าระหว่างเซียนด้วยกัน อันนั้นผมไม่ห่วง จะเอาพระเก๊แลกกันหรือพระแท้แลกกัน ก็แล้วแต่ท่าน แต่ถ้าระหว่างเซียนกับคนดูพระไม่เป็นอันนี้น่าเป็นห่วงมากครับ ทุกครั้งที่มีการแลกพระกัน ผมมักจะเข้าไปสังเกตการณ์ดูข้างๆ ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีลูกเล่นในการแลกเปลี่ยนพระกันอย่างไร  เกือบทุกครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนพระกันนั้นส่วนใหญ่พระเก๊แทบทั้งนั้นแต่ก็มีบ้างที่นำพระแท้ๆมาแลกเปลี่ยนกัน  ผมบอกได้เลยส่วนใหญ่เก๊ทั้งนั้นครับเพราะต่างคนต่างอยากได้พระแท้จากคนอื่น เพราะคิดว่าของคนอื่นแท้แน่  บางคนนำพระชุดเบญจภาคีที่ปลอม มาแลกกับอีกฝ่ายหนึ่งที่ห้อยพระแท้แต่เป็นพระที่เล่นตามท้องถิ่น (ที่เขาเรียกกันว่าตีพระออกมา)  บางครั้งเราเห็นแบบนี้อยากจะพูด แต่น้ำท่วมปากครับ ใจจริงอยากจะอธิบายด้วยซ้ำว่าถ้าพระเบญจภาคีแท้ราคาเป็นแสนเป็นล้านแล้วทำมั้ยเขาไม่ขายแต่กลับมาแลกพระท้องถิ่นซึ้งองค์ไม่กี่พันบาท เท่านี้เราก็รู้แล้ว ยิ่งแถวๆท่าวังผาที่เอาพระดังๆระดับประเทศที่ปลอมมาแลกวัตถุมงคลของครูบาดอนตันออกจากรัง   แต่ที่ยอมแลกกันนั้นผมคิดว่าเพราะเชื่อว่าเป็นพระหลุดหวังได้ของฟลุคบ้าง อยากได้พระชุดเบญจภาคีเพราะเวลาห้อยคอแล้วดูเหมือนเซียนใหญ่บ้าง  หรือห้อยพระท้องถิ่นตัวเองแล้วดูต่ำต้อยแต่แขวนสมเด็จ  นางพญา  หลวงพ่อเงิน พระคง  พระรอด ถึงจะดูดี แต่ที่ไหนได้ที่แลกมาปลอมยกพวงครับ  อันนี้ผมเห็นมาบ่อยครับได้แต่มานั่งเขียนลงหน้าร้านเผื่อมีใครผ่านมาอ่าน จะได้สะกิดใจบ้าง

                และอีกเรื่องหนึ่ง เวลาท่านนั่งส่องพระท่านส่องดูอะไร   โดยส่วนตัวผมแล้วถ้าจะส่องพระต้องเป็นพระที่ผมเล่นอยู่หรือรู้ข้อมูลตำหนิเก๊แท้จึงจะจับมาส่อง ถ้าส่องดูว่าแท้แล้วจึงส่องดูรายละเอียดความคมชัด  แต่ถ้าไม่ใช่สายที่ผมเล่น ผมก็จะมองแค่ผ่านๆไม่หยิบมาส่องเพราะส่องไปเราก็ไม่รู้จุดตำหนิเก๊แท้  แต่ถ้าจะส่องเพื่อการศึกษามีคนคอยชี้แนะว่าจุดตำหนิเก๊แท้ยู่ตรงไหนอันนั้นว่าไปอย่าง  แต่ถ้าท่านเดินตามแผงพระหรือตามสนามพระแล้วท่านไปเจอพระอยู่รุ่นหนึ่ง ที่มีเก๊ออกมา แต่ท่านยังไม่รู้ตำหนิว่าเก๊แท้อยู่ตรงไหน  เท่าที่ผมสังเกตนะครับ  เวลาท่านส่องเสร็จ ท่านจะมีอาการอยู่สองอย่างคือ ถ้าไม่เงยหน้าดูฟ้า ท่านก็จะก้มหน้ามองพื้นดิน  เพราะช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่ท่านกำลังใช้ความรู้สึกตัดสินว่าเป็นพระแท้หรือพระปลอม ถ้าท่านเล่นพระโดยการใช้ความรู้สึกตัดสินว่าพระแท้พระปลอม  ถึงท่านจะมีเงินเป็นล้านท่านก็จะหมดเป็นล้านเพราะท่านเล่นพระโดยใช้ความรู้สึกตัดสิน  โปรดจำไว้เลยว่า คนส่วนใหญ่เวลาส่องพระตามแผงเวลาเจอพระสักองค์หนึ่งมักจะเข้าข้างตัวเองว่าเป็นพระแท้ไปแล้ว50%  ยิ่งพระรุ่นนั้นทำได้ใกล้เคียงกับของจริงในใจท่านก็จะบอกว่าแท้อีก50% รวมเป็น100% ถ้าเป็นแบบนี้ท่านเช่าแน่นอน แบบนี้จบข่าวเลยครับ  ถ้าจะคิดเช่าพระสักองค์หนึ่งต้องรู้ว่าตำหนิเก๊แท้อยู่ตรงไหนหรือถ้าเช่าจากทางร้านก็ควรให้ทางร้านรับประกันให้หรือไม่ ก็อย่าเช่าพระโดยการใช้ความรู้สึกตัดสินเก๊แท้เป็นอันขาดครับ ถ้าไม่เป็นก็อย่าเช่าเลยเสียดีกว่าครับ  คราวหน้าจะมีเรื่องมาเล่าอีกหลายเรื่อง

   ภาพถ่ายครูบาดอนตันรูปนี้ ขนาดเท่ากับกระดาษเอ4 เป็นภาพขาวดำที่ถ่ายไว้สมัยครูบาดอนท่านยังไม่แก่มาก ที่ดูจากภาพอายุตอนนั้นบวกลบแล้วคงไม่เกิน60 เมื่อคำนวนจากพ.ศ.เกิดแล้วจะถ่ายช่วงปีพ.ศ.2490 ผู้ที่ถ่ายไว้คือ โกหล่ง เป็นร้านถ่ายภาพของอ.ท่าวังผาในสมัยนั้น แต่ปัจจุบันร้านนี้ได้ปิดกิจการไปแล้วเนื่องจากไม่มีผู้สืบทอด ถ้าร้านยังอยู่ถึงปัจจุบันจะอยู่แถวๆร้านสายยันต์นาฬิกาก่อนถึงรร.ประถม ภาพนี้ต่อมาร้านละอองดาวเป็นร้านถ่ายรูปปัจจุบัน ได้ไปซื้อตู้โบราณจากร้านถ่ายภาพโกหล่งที่จะเลิกกิจการ โดยความโชคดีที่มีรูปครูบาดอนตันรูปนี้ถูกพับในตู้ ภาพชำรุดแต่เดิม ดีว่าชำรุดตรงขอบๆของรูป ทางร้านละอองดาวจึงนำมาใส่กรอบโชว์ไว้ที่ร้าน และได้ก้อปภาพนี้จำหน่ายให้กับผู้ที่อยากได้ไปบูชา โดยจะถ่ายภาพขยับไม่ให้เห็นตรงรอยขาดข้างๆ ต่อมาทางร้านได้มีโอกาสนำผ้ายันต์ไปใส่กรอบร้านละอองดาวอยู่บ่อยครั้งและพบเห็นภาพต้นฉบับนี้ จึงขอบูชาอยู่หลายครั้งแต่ทางร้านละอองดาวยังอยากเก็บไว้อยู่ ต่อมาถือว่าเป็นความโชคดีของทางร้านที่ได้มาเพราะทางร้านละอองดาวเห็นทางร้านนำผ้ายันต์และรูปภาพครูบาต่างๆมาใส่กรอบอยู่เสมอ คงเห็นตัวผมชอบสะสมจึงให้บูชารูปครูบาดอนตัน และสั่งไว้ว่าห้ามไปขายต่อ เพราะภาพนี้มีหลายคนมาถามซื้อจากร้านละอองดาว แต่ว่าทางร้านละอองดาวกลัวว่าจะนำไปขายต่อ จึงเลือกคนที่จะให้เพื่อเอาไปบูชาและเก็บรักษาไว้จริงๆ จึงให้ผมเก็บรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน ภาพนี้ทางร้านได้มาเมื่อ6ปีที่แล้ว เท่าที่พบเห็นเหลืออยู่ใบเดียวในโลกครับ

    วันนี้12มิย.เป็นวันดีคือวันไหว้ครู เมื่อครูบาอาจารย์ท่านมาหาก็ต้องรักษาไว้ ....มีความศัทธาต่อท่านแล้ว สิ่งที่ปราถนาไว้ ท่านก็จะมาหาเองครับ โชว์เพื่อศึกษาครับ

    

ราคา :
 หายากสุดๆๆ
โทรศัพท์ :
 0856945183
วันที่ :
 26/07/09 14:54:34
 
 
ภาพถ่ายครูบาดอนตันหน้าหนุ่ม ราวปี2480 พระล้านนา.คอม เว็บ พระเครื่อง พระบูชา อันดับหนึ่ง ของภาคเหนือ ออกแบบเว็บไซต์โดย 2WinWeb design บริการรับทำเว็บไซต์
Copyright Pralanna.com All right reserved. © สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดย บริษัท พระล้านนาดอทคอม จำกัด.