กรุบ้านดงเชือก องค์พระทรงเครื่องแบบครบเครื่องทรง สวมมงกุฎคล้าย ขนนก อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้ ที่เรียกกันว่า พระทรงเทริดขนนก มีทรงเครื่องที่ประดับองค์พระ คือ กำไลคอ และกำไลแขน อันเป็นศิลปะของขอมยุคลพบุรี พุทธศิลป์งดงามอลังการเหมือนกับ พระยอดขุนพล ทั่วๆ ไป เพียงแต่ไม่มีซุ้มเรือนแก้วครอบอยู่ และที่ฐานองค์พระขาดบัวเล็บช้าง ๕ ดอกรองรับ เท่านั้น ซึ่งเป็นพุทธลักษณะของพระในตระกูล พระยอดขุนพล
พระเทริดขนนก กรุบ้านดงเชือก ถือได้ว่าเป็นพระเครื่องที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่แต่โบราณกาล โดยได้ถ่ายทอดจินตนาการถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปะและวัฒนธรรม ในยุคที่สร้างพระพิมพ์นี้ ออกมาได้อย่างสวยงามและอลังการยิ่ง
แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่พระพิมพ์นี้ตอนเทหล่อองค์พระออกมา พิมพ์พระคมชัดพอควร แต่กลับมีพระพักตร์รางเลือน ไม่เห็นเด่นชัดเท่าที่ควร และที่ด้านหลังองค์พระมีลายผ้าลายใหญ่ พื้นผิวไม่เรียบ โดยแอ่นเว้าเข้าไปด้านใน
พระที่ขุดพบส่วนมากจะมีปีกเล็กๆ ทั้ง ๒ ข้าง และปีกด้านซ้ายมือองค์พระจะใหญ่กว่า และมีเนื้อเกินเอียงเฉียงลาดทางด้านล่างออกมามากกว่าด้านขวามือองค์พระ แต่มีบางองค์ไม่มีปีกทั้ง ๒ ข้างเลยก็มี (เรียกกันว่า "แบบตัดชิดลอยองค์") พระส่วนนี้มีจำนวนน้อยมาก มีเพียงไม่กี่องค์เท่านั้น
องค์พระเกือบทั้งกรุ มีลักษณะค่อนข้างบาง ไม่หนามาก บางองค์ก็บางมากกว่าพระทั่วๆ ไป จึงทำให้ที่ซอกแขนของพระบางองค์ทะลุเป็นช่องโหว่ที่ร่องแขน เนื่องจากเนื้อพระตรงจุดนี้มีน้อยเกินไป
พระเทริดขนนก กรุบ้านดงเชือก พิมพ์นี้ มีขนาดองค์พระ กว้าง ๓ ซม. สูง ๔ ซม. สมัยก่อนสร้างไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองเหล่าวีรชนนักรบ จึงมีพุทธคุณยอดเยี่ยมทางด้านแคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพันชาตรี
สนนราคาเช่าหา พระสภาพปานกลาง อยู่ที่หลักหมื่นปลาย ถึงหลักแสนต้น ถ้าสภาพสวยคมชัด มีดินขี้กรุปกคลุม พร้อมไขขาวมันหนาแบบเดิมๆ องค์พระเทหล่อสมบูรณ์เต็มฟอร์ม พระพักตร์ติดลึกคมชัด ราคาจะอยู่ที่ ๒-๓ แสนบาท ขึ้นไป
เหตุที่ พระเทริดขนนก กรุบ้านดงเชือก มีราคาหลายแสนบาท ก็เพราะพระกรุนี้มีจำนวนที่ขุดพบน้อย อีกทั้งองค์พระมีเนื้อสนิมที่แดงเข้มจัด สีแดงเข้มอมดำแบบสีผิวเปลือกมังคุด ในวงการพระเรียกสนิมชนิดนี้ว่า สนิมแบบ แดงลูกหว้า ซึ่งเป็นสนิมที่แดงสดกว่าพระเนื้อสนิมแดงตะกั่วทั่วๆ ไป ที่มีสีออกเพียงดำเทาเท่านั้น
สนิมแดงลูกหว้า แบบนี้ ในวงการนักสะสมพระสนิมแดง ทราบกันดีว่า เป็นเนื้อพระที่ดูแล้วเข้มขลัง และคลาสสิกมาก จะเป็นรองก็เพียงเนื้อสนิมแดง สีแบบ แดงปูนหมาก (ปูนสำหรับทาใบพลูเวลาเคี้ยวกินกับหมากของคนสมัยก่อน) ที่จัดว่าเป็นเนื้ออันดับ ๑ สุดยอดของพระเนื้อสนิมแดง ซึ่งเป็นเนื้อสีชมพูอ่อน สวยงามแบบฉ่ำซึ้งสบายตา พระเนื้อสนิมแดงสีนี้ พบเห็นได้ยากมาก ในบรรดาพระตระกูลเนื้อสนิมแดงทั้งหมด ที่เคยพบเห็นผ่านตามาก็คือ พระท่ากระดาน พิมพ์ใหญ่ กรุศรีสวัสดิ์ แห่งดินแดนทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี เท่านั้นเอง
|